2006/May/07

สเตียรอยด์ ใช้ยามั่ว ไม่กลัวตาย
คืน หนึ่งที่ผมอยู่เวร มีหญิงวัยกลางคนมาที่โรงพยาบาลในสภาพมึนเมาโดยบอกว่าเธอเป็นหอบหืดกำเริบ ผมไปตรวจร่างกายก็ได้ยินเสียงหวีดในปอดในลักษณะที่เข้าได้กับเสียงจับหืด แต่เมื่อให้พ่นยาแก้หอบหืดไปได้1ครั้งจนเสียงปอดดีขึ้นและจะพ่นต่อครั้งที่ สอง เธอก็ปฏิเสธ โดยยืนยันว่ายาที่ใช้ต้องเป็นยาฉีดเท่านั้น ผมค่อนข้างแปลกใจเพราะคนที่เป็นหอบส่วนใหญ่มักรู้ตัวเองดีว่ายาที่ใช้ควร เป็นยาพ่นจึงจะได้ผลดี ก็เลยถามไปว่าเดิมรักษาที่ใด(เพราะว่าไม่เห็นประวัติ) เธอก็บอกว่าเดิมเคยรักษาที่รพ.นี้ แต่ว่า หมอเลี้ยงไข้เธอก็ไม่หายซะทีจนได้ไปเจอ หมอที่ขายยาที่ตลาด ได้บอกเธอว่ายาที่รักษาให้หายได้ราคาแพง แต่ใช้แล้วได้ผลดี หลังจากกินมาเธอแทบไม่เกิดอาการอีกเลย แต่ช่วงนี้ไม่ค่อยมีเงิน ประกอบกับยาราคาแพงเม็ดละ5บาท(ต้องกินวันละ10เม็ด) หมอที่ขายยาให้เลยแนะนำให้ไปขอฉีดยาที่รพ.และรับยาเม็ดสีขาวของรพ.ที่คุณภาพ ต่ำกว่าไปก่อน

ผมฟังแล้วอึ้งไปเล็กน้อย เพราะแค่ฟังก็นึกภาพออกแล้วว่ายาที่ผู้หญิงคนนี้ได้คือยาอะไร ก็เลยพยายามอธิบายให้ฟังว่าการรักษาหอบหืดในระยะจับหืดนั้นไม่ได้รักษา ด้วยสเตียรอยด์ แต่เป็นการให้ยาลดการตีบของหลอดลม หลังจากพยายามอธิบายอยู่ เธอก็ตัดบทว่าตกลงผมจะให้เธอตามที่ต้องการไหม ผมจึงตอบว่าไม่....
เธอเดินลงจากเตียงแล้วออกไปด่าผมอยู่หน้าห้องฉุกเฉินอยู่ราวๆสิบนาที ด่ารพ.ด่าพยาบาล ด่าหมอ ก่อนที่จะเดินออกไปจากรพ.

นี่ เป็นเพียงหนึ่งในผู้ที่ใช้ยาแบบผิดๆ และเป็นหนึ่งในปัญหาการใช้ยาของคนไทย ซึ่งยังยึดกับการรักษาอาการให้หายโดยไม่สนใจว่าโรคจะหายหรือไม่ เหตุนี้จึงทำให้ธุรกิจยาชุดยาตำรับโบราณ(เถื่อน)ทั้งหลายแหล่เฟื่องฟูเป็น น้ำเต้าลอยน้ำ

ก่อนที่จะไปสาธยายถึงความเฟื่องฟูของธุรกิจนี้ ต้องมาเรียนรู้เรื่องของร่างกายก่อน

การ เจ็บป่วยของคนเราที่แสดงออกมาในรูปแบบต่างๆ เช่นปวดเนื้อตัว ไข้ ไอ หอบ เจ็บ ฯลฯ ส่วนหนึ่ง เกิดจากการที่เชื้อโรคไปทำลายเนื้อเยื่อส่วนต่างๆ...... ซึ่งที่จริงแล้วถือว่าเป็นเพียงส่วนน้อย...
ส่วนใหญ่แล้ว อาการต่างๆที่เห็นส่วนใหญ่เกิดจากร่างกายของเราทำเองต่างหาก โดยเป็นปฏิกริยาของเม็ดเลือดขาวที่ทำหน้าที่เป็นทหารของร่างกายแทบทั้งสิ้น

คน เป็นหวัด เชื้อหวัดก็แค่เข้าไปเกาะทำลายเนื้อเยื่อเพียงเล็กน้อย แต่อาการไข้และเจ็บอักเสบคอแดงซึ่งเป็นเหตุแห่งการไม่สบายตัว เม็ดเลือดขาวของเราเองเป็นตัวการปล่อยสารก่อไข้และการเจ็บอักเสบทั้งนั้น... ไม่ใช่ว่าร่างกายของเราซาดิสท์แต่อย่างไร หากแต่ว่าการเกิดไข้และการอักเสบ เป็นการเร่งให้เกิดการทำลายล้างเชื้อโรคที่บุกรุกให้เร็วยิ่งขึ้นเพื่อให้ หายจากโรคอย่างรวดเร็ว

แต่ก็มียาบางตัว ที่ถูกใช้เพื่อยับยั้งการทำงานของเม็ดเลือดขาว เพื่อประโยชน์ในการรักษา ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือยาสเตียรอยด์นั่นเอง

คนมีไข้ ได้ยาไป ไข้ก็ลดลง อาการเจ็บเนื้อตัวก็หายไป..
คนปวดข้อปวดเข่า แดงบวมข้อแท้ๆ ได้ยาตัวนี้ไปข้อก็ไม่ปวดไม่เจ็บอีก
เคยเป็นหอบหืด ใช้ยาหมอแล้วสูบบุหรี่ไม่ค่อยได้ แต่พอได้ยานี้ไปถึงกลับไปสูบบุหรี่ก็ไม่เกิดหอบหืดจับ...
เห็นได้ว่ายาตัวนี้amazingมากนักแล

สเตียรอยด์ในร่างกาย
การ ที่ร่างกายสามารถรับสเตียรอยด์ได้ก็เพราะว่าร่างกายเองก็มีการสร้าง สเตียรอยด์ออกมาเพื่อควบคุมระบบการทำงานต่างๆของร่างกาย โดยมีการควบคุมมาจากสมองมายังต่อมที่ไต และหลั่งสเตียรอยด์ออกมา ซึ่งร่างกายจะนำไปใช้ในการควบคุมการทำงานหลายระบบที่เกี่ยวข้องกับการปรับ ตัวเพื่อเอาชีวิตรอด

ข้อเสียของสเตียรอยด์
มีหลายข้อที่สำคัญๆคือ
1. เลือดออกในกระเพาะอาหาร เนื่องจากสเตียรอยด์ไปทำให้เกิดการบางตัวลงของกระเพาะและเสียความสามารถใน การป้องกันกรด ดังนั้นหากกินเข้าไปนานๆ กระเพาะก็จะบางตัวลงและเกิดแผลเลือดออกได้ อันนี้ถึงตาย
2.กระดูกบาง การใช้สเตียรอยด์จะไปกระตุ้นเซลล์ในกระดูกชนิดหนึ่งร่วมกับกระตุ้นระบบ ฮอร์โมน ทำให้เกิดผลคือ กระดูกถูกละลายบางลง ซึ่งในคนสูงอายุก็จะลงท้ายด้วย .... กระดูกพรุนและเกิดกระดูกหักได้ง่าย
3. พอได้สเตียรอยด์จากภายนอกไปมากๆ ร่างกายคิดผิดว่าร่างกายมีสเตียรอยด์พอแล้ว ก็เลยหยุดสร้าง ถ้าหากร่างกายหยุดรับสเตียรอยด์จากภายนอกเข้ามา แล้วไปเจอเรื่องเครียด(ไม่สบาย อดอาหาร เครียด ฯลฯ) ก็จะขาดสเตียรอยด์อย่างฉับพลัน และร่างกายไม่สามารถปรับตัวได้ อาจถึงขั้นหมดสติความดันเลือดตกลงและตายได้
4. ไม่มีอาการของการติดเชื้อ อย่างที่บอกไว้แต่แรกว่าสเตียรอยด์มีผลกดภูมิคุ้มกัน ดังนั้นเมื่อร่างกายติดเชื้อ ก็จะไม่มีไข้ เหมือนสบายดี เพราะร่างกายไม่สู้เชื้อโรค กว่าจะรู้อีกทีเชื้อก็เริงร่าติดไปทั่วร่างกายแล้ว อันนี้ก็ตาย
5.ยังยั้งการเติบโตในเด็ก เด็กโตช้า และหยุดสูงเร็วกว่าปกติ อันนี้ไม่ตายแต่เลี้ยงไม่โต
6.ในผู้ป่วยเบาหวาน ก็ทำให้ระดับน้ำตาลควบคุมได้ยาก อันนี้ก็ตายได้

โดย ปกติยาสเตียรอยด์ถูกจัดเป็นยาควบคุมพิเศษ ไม่สามารถขายแม้ในร้านขายยาได้หากไม่มีใบสั่งยาจากแพทย์ และโดยทั่วไปก็ไม่มีหมอคนไหนสั่งสเตียรอยด์ให้คนไข้สุ่มสี่สุ่มห้า (โดยเฉพาะถ้าเปิดคลินิก) เพราะว่าในที่สุด ผลสุดท้ายที่ออกมาก็คือการรักษาจะไม่ดีขึ้นในระยะยาว กล้าพูดได้ว่าสเตียรอยด์ที่คนไทยใช้กันผิดๆอย่างต่อเนื่องที่ได้รับโดยตรง จากเภสัชกรหรือหมอนับว่ามีน้อยมาก
แต่เมื่อพบคนไข้แต่ละคนที่เชื่อว่า ได้ใช้สเตียรอยด์มาต่อเนื่องยาวนาน กลับพบว่าคนไข้ส่วนใหญ่มักมีความเชื่อว่า เภสัชกรหรือหมอนั่นแหละที่แอบจ่ายยาสเตียรอยด์ให้เขาโดยไม่บอก ,ไม่รู้ว่าตนเองไปโดนมาจากไหน หรือแม้แต่ไม่เชื่อว่าของที่กินนั่นแหละที่ผสมสเตียรอยด์

แหล่งสเตียรอยด์ที่สำคัญของคนไทยก็คือ ยาสมุนไพร ยาแผนโบราณ ยาลูกกลอน ยาพระ ยาหม้อ ยาชุด
มา ผมจะเล่าให้ฟัง
*ยาสมุนไพร ยาหม้อ ยาลูกกลอน*
ใน ที่นี้ไม่ได้ดูถูกภูมิปัญญาชาวบ้านอ่านที่หลายคนชอบกล่าวหา แต่เนื่องจากปัจจุบัน ผู้ค้าชอบหยิบเอาประเด็นสมุนไพรและภูมิปัญญามาเป็นเกราะป้องกันตัวเวลาทำการ โฆษณาขายยาตามหมู่บ้าน โดยอ้างว่าหมอแผนปัจจุบันไม่มีความรู้และดูถูกยาเหล่านี้เพราะเป็นยาพื้น บ้านของไทย การขายยากลุ่มนี้ ถ้าแบบไม่ลงทุนก็ขายเป็นยาลูกกลอน ถ้าลงทุนนิดนึงก็ขายเป็นยาหม้อหรือยาสมุนไพร
ยาลูกกลอนของเขาก็เอาพืชผัก อะไรไม่รู้ตากแห้งบดเป็นผงละเอียด มาปนกับผงยาสเตียรอยด์ จากนั้นผสมน้ำผึ้งปั้นเป็นลูกกลมๆเป็นอันเสร็จพิธี ข้อเสียของการขายแบบนี้คือประชาชนหลายคนถูกปลูกฝังตั้งแต่ยุคเมื่อสิบกว่าปี ก่อนที่มีการรณรงค์เรื่องยาชุดว่ามีกลวิธีผสมสเตียรอยด์แบบนี้ในยาลูกกลอน ดังนั้นจะมีกลุ่มลูกค้าบางส่วนที่ไม่ซื้อ
ดังนั้นก็เปลี่ยนใหม่เป็น เอาสมุนไพร ซึ่งส่วนใหญ่ก็คือกิ่งไม้ข้างทาง เถาไม้เลื้อยบางชนิด ใบไม้แห้งๆ มารวมๆกัน เอาไปผ่านกรรมวิธีก่อนจะนำไปตากแห้งแต่งสีให้ดูปกติ แล้วเอามาเข้าชุดขายให้คนที่หลงซื้อเอาไปต้ม พอต้มแล้วเอาน้ำมาดื่มก็ดื่มยาสเตียรอยด์เข้าไป

*ยาชุด*
ยาชุดในที่นี้ให้แยกกันจากยาชุดจากแพทย์เภสัชที่มีการเขียนชื่อยาอย่างชัดเจน มันเป็นคนละเรื่องกัน
ยา ชุดในที่นี้ ให้นึกภาพยาหลากๆสี ใสในถุงยาเล็กๆ วิธีกินคือ กินทีละซอง พวกนี้ชอบขายตามร้านของชำ ปั๊มเล็กๆ ทั่วๆไป โดยจะมีเอเย่นต์นำมาส่งต่อให้ร้านเหล่านี้อีกที โดยอ้างสรรพคุณครอบจักรวาลทั้งแก้ปวดเมื่อยกษัยเส้นช่วยกินข้าวได้เพิ่ม กำลัง

ที่ร้ายก็คือ คนพวกนี้ชอบอ้างสรรพคุณว่าเป็นยาบำรุง ไม่ใช่ยาชุด .... และบางครั้งบางคราว คนกลุ่มนี้จะใส่ความเชื่อผิดๆว่ายาชุดที่กระทรวงปราบปรามคือ เป็นยาที่หมอและเภสัชสั่งให้ในคลินิกหรือรพ. แล้วแอบผสมสเตียรอยด์ลงไป

อย่าง เช่นผมตรวจคนไข้แล้วเป็นหวัด ก็สั่งยาแก้ไข้ ยาลดน้ำมูก ยาขับเสมหะ ให้ พอสั่งให้แล้ว บางครั้งบางคราวคนไข้จะถามคำถามประมาณว่าในนี้ตัวไหนเป็นสเตียรอยด์ให้เอา ออกไป เพราะเขาต้องการยารักษาหวัด ไม่ใช่ ยาชุด หรือบางครั้งจ่ายยาเบาหวานความดันไปแล้วคนไข้ไม่กิน โดยบอกว่า ได้รับคำบอกเล่าหมอชาวบ้านว่ายาชุดลดความดันเบาหวานที่จ่ายมาอาจ ผสมสเตียรอยด์.. -_-

สรุปว่าไม่ว่าจะเป็นยาอะไรจากใครก็ตาม หากคุณเห็นว่าใส่รวมๆกันไม่มีชื่อยาก็ขอให้ถาม ชื่อยา จากคนที่เอายาให้ ไม่ต้องไปเกรงใจกลัวเขาจะว่า ถ้ายามีชื่อออกมาชัดๆ ก็พอวางใจได้ แต่ถ้าชื่อยาที่ออกมาไม่ว่าจะถามหลายๆครั้ง ก็บอกแค่ ยา ชื่ออาการ เช่น ยาลดปวด ยาลดบวมข้อ ยาเส้น ยากล้าม ฯลฯ ก็ให้คิดเผื่อๆไว้หน่อยว่าคุณอาจจะเจอยาชุดของจริงเข้าให้แล้ว

*ยาพระ*
อีกรูปแบบหนึ่งของยาสเตียรอยด์ก็คือการใช้สโลแกนว่า ข้ามากับพระ โดยมีทั้งพระจริงพระเก๊
พระ เก๊ ก็อย่างเช่น อ้างเกจิอาจารย์ดังๆในอดีต หรืออุปโลกพระที่ไม่มีตัวตนขึ้นมาแล้วอ้างตำราของท่านเหล่านั้น ถ้าให้น่าเชื่อถือก็อ้างส่วนผสมแล้วใช้คำไทยๆเช่น เกษรทั้ง5 รากทั้ง6 ลำต้นทั้ง7 ฯลฯ เอามาแปะไว้หน้าห่อ
พระจริง มีทั้งแบบที่พระทำเอง (ถ้าทำเองคงผิดอาบัติ เพราะเท่ากับส่งเสริมการฆ่าคน)แบบที่คนทำเอามาฝากขายตามวัด หรือคนทำเอาไปหลอกพระที่วัดเพื่อเอาพระเหล่านั้นมาเป็นสโลแกนว่าเป็นยาโบราณ
พวกนี้ผิดกฎหมายแล้วยังพ่วงท้ายนรกไปอีกกระทง

*ยานี้มีอย.*
เป็น รูปแบบใหม่ที่กำลังได้รับการนิยม โดยมีทั้งบอกปากเปล่าหน้าด้านๆว่า ยาของเราไม่ผสมสเตียรอยด์ และได้รับอย.เรียบร้อยแล้ว หรือแบบที่ทำตราอย.ปลอมก็มี ซึ่งก็เป็นกลวิธีนึงที่ทำให้ลูกค้า (คนไข้)มาเถียงกับหมอว่า ไม่ได้กินสเตียรอยด์หรอก เพราะมีอย.

เรื่องยาสเตียรอยด์มีให้เล่าอีกเยอะ สามวันไม่จบ แต่ว่าขอเล่ากรอบรวมกว้างๆไว้เท่านี้ดีกว่าครับ
สรุป
ระวัง ยาที่ไม่ใช่ยาแผนปัจจุบันไว้ให้ดี ไม่ได้ดูถูกยาแผนโบราณ แต่ว่าเดี๋ยวนี้หายาสมุนไพรแผนโบราณไม่ขึ้นทะเบียนที่ไม่ผสมสเตียรอยด์ได้ ยากจริงๆ
ยาสมุนไพรที่เชื่อถือได้ดีที่สุดคือ คุณไปเก็บมาต้มกินเอง
หาก เป็นโรคใดก็ตามที่แพทย์แผนปัจจุบันไม่หายขาดเป็นเวลานานๆ (เช่นหอบหืดภูมิแพ้ปวดเมื่อยปวดตามข้อ) แล้วไปกินยาแผนโบราณแล้วอาการหาย ควรนำตัวอย่างยาไปตรวจดู --- ลองคิดดูสิครับ หากพบว่าเป็นสเตียรอยด์ คุณก็จะได้หยุดกิน แต่ถ้าไม่ใช่ ก็จะได้ถือว่าเป็นการพบยาประสิทธิภาพดีขึ้นมาอีกตัว มีแต่ประโยชน์กับประโยชน์


ปล.*คอยพบกับตอน สเตียรอยด์ ใช้ไม่มั่ว อย่ากลัวตาย เร็วๆนี้*

ที่มา : http://webboard.mthai.com/7/2006-01-17/187965.html

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
ความรู้ดีแท้..แต่ทำไมเป็นหมอแมว??
#1  by  mednoon***saille At 2006-05-19 13:48, 
โอ้ ความรู้ใหม่เลย
เยี่ยมๆ ชอบ
#2  by  ej_sing At 2006-05-20 10:15, 
ง่ะ....เคยใช้อยู่พักนึง....โอ้ๆ...กลัวๆ
#3  by  Gratai...Ka!!! At 2006-05-28 18:31, 

<< Home


บทความดีๆจากคุณหมอแมว
View full profile