ปัญหาที่พบได้ในการรักษาโรคหอบหืด by-=หมอแมว=-
ถึง แม้ว่าการรักษาหอบหืดจะมีการพัฒนาไปอย่างมากในเวลาหลายปีที่ผ่านมา แต่ว่าการรักษาให้ได้ผลก็ไม่ได้เป็นเรื่องง่ายๆ และยังมีปัญหาอีกมากมายทั้งที่มีสาระและไร้สาระ
- ยาเดิมก็ดีอยู่แล้ว จะไปใช้ยาใหม่ทำไม
เป็น ปัญหาโลกแตกที่มีมานานแล้ว เพราะคนไข้ที่เป็นโรคหอบมักติดกับการรักษาแบบเดิมๆที่เคยใช้ได้ผลมา และมักไม่ยอมเปลี่ยนไปใช้วิธีใหม่ ไม่ว่าวิธีใหม่จะเป็นวิธีที่ได้ผลดีกว่าแค่ไหนก็ตาม
ภายในโรงพยาบาลเองก็ ยังมีปัญหาเกี่ยวกับการรักษาแบบเดิมๆ ก็คือการใช้ยาแก้หอบชนิดกิน เพราะทางเภสัชกรจะบอกเสมอว่า ไม่มีประโยชน์รวมทั้งสิ้นเปลือง เนื่องจากราคาแพงกว่าแบบพ่นและยังได้ผลแย่กว่า ในขณะที่ทางหมอเองก็รู้เรื่องนี้ดี โดยเฉพาะหมอรุ่นที่จบมาใหม่ๆหลายๆคนที่เรียนจบมาโดยไม่รู้จักการใช้ยาแก้หอบ แบบเม็ดด้วยซ้ำ แต่เมื่อออกมาทำงานจริงหมอรุ่นใหม่หลายคนกลับต้องงงเป็นไก่ตาแตกเมื่อพบว่า ในชีวิตจริงต้องมาหัดใช้ยาเหล่านี้ และหมอก็ต้องยอมรับอยู่กลายๆว่าหมอเองนั่นแหละที่ต้องทำตัวต่ำกว่ามาตรฐานใน การรักษาหอบในเมืองไทย ยกตัวอย่างเช่น
ผู้หญิงอายุ30กว่าปีเป็นหอบหืดใช้ ยากินมาตลอด มีความเชื่อฝังหัวมาว่าการออกฤทธิ์ที่ได้ผลของยาก็คือต้องใช้แล้วใจสั่น( ซึ่งเป็นผลข้างเคียงของยากิน) พอเปลี่ยนไปใช้ยาพ่นแล้วกลับไม่มีอาการใจสั่นก็เลยไม่ชอบเพราะคิดว่ายาใช้ ไม่ได้ผล สุดท้ายก็บอกกับหมอว่าไม่ต้องการยาพ่น
คนสูงอายุ ผมสอนให้ใช้ยาพ่น หลังจากนั้นก็ให้ไปรับยากับเภสัชกรของรพ. หลังจากนั้นกลับมาติดตามผลก็พบว่าคนไข้ไม่ใช้ยาพ่น แต่กลับใช้ยากินต่อ ผมจะให้หยุดยากินก็หยุดไม่ได้(เพราะยากิน กินแล้วใจเต้นเร็วซึ่งไม่ดีในคนสูงอายุที่เสี่ยงเป็นโรคหัวใจขาดเลือดและ ความดันสูง) ส่วนบางครั้งสั่งยากินไปโดยไม่มียาพ่น(เพราะคนไข้หัดยังไงก็ไม่เป็น) ถูกทางห้องยาตีกลับมาแนะนำให้ใช้ยาพ่น ... ถึงจะสั่งยาพ่นไปแล้วให้คนอื่นไปลองหัดสอนให้ดูบ้าง(ก็ผมสอนแล้วยังไม่ได้ผล ) กลับมาอีกทีตอนยากินหมด ยาพ่นก็ยังเหลืออีกจมแถมยังใช้ผิดๆถูกอยู่อีก
ความจริงมีเครื่องเสริมช่วยพ่น แต่เชื่อเถอะครับ จนาดมีเครื่องช่วย หลายๆคนก็ยึดติดและไม่ยอมเปลี่ยนมาใช้ยาพ่นอยู่ดี
อีก สาเหตุนึงนอกจากเรื่องการสอนให้พ่นยาเป็น ยังมีเรื่องราคา เพราะคนจำนวนมากเชื่อว่ายาพ่นแพงกว่า เพราะว่ายาแต่ละหลอดมีราคาหลักร้อย (พ่นได้สองร้อยครั้ง) แต่หากมานับเทียบกันแล้ว ยาเม็ดซึ่งราคาตกเม็ดละบาทกว่าๆ เทียบกันแล้ว ยาเม็ดอย่างไรก็มีราคาแพงกว่าอยู่ดีเมื่อเทียบการใช้ต่อครั้งต่อวัน
ที่ จริงผมเองก็เคยลองสั่งยาพ่นโดยไม่ให้ยากินคนไข้กลับบ้าน แต่คนไข้ที่ไม่ได้ยากิน ก็จะไปหาซื้อยาเหล่านี้จากร้านขายยาใกล้รพ.อยู่ดี ดังนั้นตราบใดที่คนไข้ยังไม่เปลี่ยนไปใช้ยาพ่นและตราบใดที่มียากินในบัญชียา หลักแห่งชาติ(และมีคนสั่งเข้ารพ.) ผมก็ยังสั่งให้คนไข้อยู่ดี
- ยาสเตียรอยด์พ่น พ่นไปทำไม ไม่เห็นได้ผลเลย
โดย ปกติหมอจะเริ่มให้ยาพ่นขยายหลอดลมเพื่อระงับอาการเป็นครั้งคราว และในคนไข้บางราย หมอก็จะให้ยาสเตียรอยด์พ่นเพื่อทำการ"รักษา"ในรายที่เป็นพอสมควร แต่ในความเข้าใจของคนไข้(แม้จะอธิบายแล้วอย่างดี)ก็คือ
"ยาหลักคือยาขยายหลอดลม(เพราะพ่นแล้วหายเหนื่อย) ยารองคือสเตียรอยด์(เพราะพ่นแล้วไม่หายเหนื่อย)"
ความ จริงโรคหอบหืดเป็นโรคที่เกิดจากการอักเสบในระดับหลอดลมฝอยทำให้มีหลอดลมบวม ตีบ ยาขยายหลอดลมเพียงไปบังคับให้หลอดลมขยายตัวขึ้นแต่ว่าไม่ได้ลดการอักเสบ ในขณะที่ยาสเตียรอยด์พ่นจะลดการอักเสบของหลอดลมทำให้เกิดการอักเสบลดลง ถือเป็นการรักษาสาเหตุอย่างแท้จริงแต่จะเห็นผลก็เมื่อผ่านไปเป็นเวลาหลายๆ เดือน ดังนั้นจึงเป็นสาเหตุที่คนไข้หลายคนไม่ชอบและไม่เชื่อว่ามันได้ผล
คน ไข้คนหนึ่งอายุมากแล้ว เป็นหอบหืดเรื้อรังมา30-40ปี ใช้ยากินมาตลอด เมื่อเริ่มมียาพ่นขยายหลอดลมมาใช้ ก็ถึงกับบอกว่าดีมาก แต่ก็ยังมีอาการทุกวันทำงานหนักหรือออกกำลังกายยังไม่ได้ พอมีการใช้ยาพ่นสเตียรอยด์มาใช้หมอที่ดูแลก็แนะนำให้ลองใช้ คนไข้รายนี้ใช้เพียงระยะหนึ่งก็เลิกเพราะไม่เห็นประโยชน์,อาการก็ยังกำเริบ ทุกคืนจนกระทั่งทนหมอรบเร้าไม่ไหวก็ยอมทนใช้ ในที่สุดอาการก็ดีขึ้น สามารถออกกำลังกายได้ อาการที่เคยกำเริบทุกคืนก็หายไปเป็นก็นานๆครั้ง ถึงกับบอกว่าเสียดายที่ไม่ได้ยาสเตียรอยด์พ่นตั้งแต่ต้น
(ข้อความที่ว่ามาข้างต้นดูเหมือนโฆษณาขายยา แต่ว่าผมถอดความมาจากหนังสือทางโรคทรวงอกของสมาคม.. ก็ตามแต่จะเชื่อครับ)
-รักษามาหลายขนาน ทำไมไม่หายเสียที
คน ไข้หลายๆคนบ่นว่ารักษามานานหลายเดือน อาการไม่ดีขึ้นอย่างที่หมอบอก หรือไม่ดีขึ้นเหมือนที่อ่านเจอ บางคนถึงกับเชื่อว่าหมอเลี้ยงไข้หรือสงสัยว่าจ่ายยาด้อยมาตรฐานมาให้
แต่ ก่อนที่จะบอกว่าหมอเลี้ยงไข้(หมอรพ.รัฐจะเลี้ยงไข้ไว้ทำไมให้ตัวเองงานยุ่ง แปลกจริง) หรือกล่าวหาว่ายาด้อยมาตรฐานทั้งที่หลายๆคนใช้ได้ผลดีรวมทั้งหมอที่เป็นหอบ หืด
เรามาลองดูปัญหาอื่นๆกัน
1. ยาพ่นไม่ใช่ยากิน ที่พบบ่อยคือถึงจะสอนพ่นดีเพียงใด แต่คนไข้หลายคนก็ยังพ่นยาไม่เป็น ไม่สามารถหัดจังหวะการหายใจกับการกดยาให้ตรงกันได้ ยาก็ไม่ถึงปอดและไม่ออกฤทธิ์ ลงกระเพาะไปหมด
2. ไม่หลีกเลี่ยงตัวกระตุ้น จากประสบการณ์ มีทั้งคนที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ และคนที่รู้ทั้งรู้แต่ก็ยังไม่คิดจะหลีกเลี่ยง ที่พบเจอได้บ้างก็คือการสูบบุหรี่ ที่คนสูบบางคนไม่ยอมเลิกพร้อมกับไม่พอใจหมอเนื่องจากคิดว่ามียาที่สามารถทำ ให้หายหอบทั้งที่ยังสูบบุหรี่ได้
3.ไม่ออกกำลังกาย ไม่รักษาสุขภาพ ทั้งที่สองอย่างนี้ได้มีการยืนยันทางวิทยาศาสตร์ว่าทำให้อาการดีขึ้น
- ภูมิปัญญาชาวบ้าน ทำไมแพทย์แผนปัจจุบันถึงดูถูก
มี คนไข้หลายคนที่มาบอกผมว่า หยุดยารพ.แล้วไปใช้ยาพระ ยาสมุนไพร ยาโบราณ แล้วอาการหอบดีขึ้น อ้วนท้วนสมบูรณ์ อาการหอบปวดข้อปวดเข่าหายไปเป็นปลิดทิ้ง คนไข้หลายคนหาว่าผมและแพทย์แผนปัจจุบันมีอคติกับยาแผนโบราณ
แต่จาก ที่เคยพบมา ยาแผนโบราณหรือยาลูกกลอนที่รักษาได้อย่างครอบจักรวาลเกือบ100% มีการผสมสเตียรอยด์แทบทั้งสิ้น ซึ่งยาสเตียรอยด์กินก็สามารถใช้รักษาหอบหืดได้ แต่ว่าแพทย์แผนปัจจุบันไม่ใช้เนื่องจากผลข้างเคียงของมันมีมากกว่าประโยชน์ หรือจะใช้ก็ใช้ในเวลาอันสั้นเท่านั้น
เท่าที่พบมา การใช้ยาลูกกลอนหรือยาโบราณ นานๆและได้สเตียรอยด์ไปนานๆ จะได้รับผลเสียที่คาดไม่ถึงและมากมายจนบอกไม่หมดซึ่งผมจะเอาเรื่อง สเตียรอยด์มาพูดในครั้งต่อๆไปครับ
ดังนั้น คุณๆที่เคยรักษาโรคหอบหืดด้วยยาแผนโบราณ ลองถามตัวเองดูนะครับว่ายาเหล่านั้น ปราศจากสเตียรอยด์แน่หรือไม่
หาก คุณคนใดได้ปรุงยานั้นด้วยตนเองจากสมุนไพร(ไม่ว่าพืชสัตว์แร่ธาตุใดๆ)และมั่น ใจว่าได้ผลดีราคาถูกกว่ายานำเข้า ก็โปรดให้เป็นวิทยาทานเถิดครับ ผมมั่นใจว่าหมอทั่วประเทศจะโมทนาสาธุอย่างดีแน่นอน
(สูตรมะขามเปียกพันจิ้งจกตายก็น่าสน จะลองไปเปิดตำราดูว่ามีใครเคยพูดถึงไหม)
สรุป
-โรคหอบเป็นโรคที่รักษาไม่มีทางหาย แต่สามารถควบคุมอาการได้
- ยาที่ใช้ในโรคนี้มีสองกลุ่มหลักๆ คือ ยาขยายหลอดลมพ่น ใช้ควบคุมอาการเป็นพักๆในระยะสั้น และยาพ่นสเตียรอยด์ ที่ใช้รักษาควบคุมอาการในระยะยาว ยากินไม่ว่าจะชนิดใหม่ๆแค่ไหน ในขณะนี้ยังถือเป็นยาเสริมทั้งสิ้น
- สิ่งที่สำคัญไม่แพ้การใช้ยาก็คือ การหลีกเลี่ยงตัวกระตุ้น การดูแลสุขภาพ และการออกกำลังกาย
- ส่วนอุปกรณ์ เครื่องมือ item แร่ธาตุ ของขลัง ขอให้ทำหรือหามาหลังจากที่คุณได้ลองทำอย่างที่แนะนำข้างต้นให้หมดก่อนครับ ประหยัดกว่ากันเยอะ
ปล. การกินแมวแบบเพลงผู้บ่าวกินแมว ไม่ช่วยให้หายหอบหืด ไม่ใช่วัฒนธรรมไทย และไม่ใช่วัฒนธรรมพื้นบ้านชาวอีสาน