2005/Jun/29

กลับมาอีกแล้วครับ สำหรับหัวข้อนี้ หลังจากที่พิมพ์ตอนแรกไปได้1เดือนพอดี
หลากความเชื่อเกี่ยวกับยา ที่คนไทยคิดว่าเข้าใจถูก by-หมอแมว-
หลังจากพิมพ์ไปก็ลองดูว่าจะมีอะไรเปลี่ยนแปลงไปหรือไม่ .... ผลคือ ไม่... คนที่มาที่โรงพยาบาลก็ยังมีความเชื่อแบบเดิม

ไม่เป็นไร เรามาว่าของเรากันต่อ อย่างน้อยผมต้องทำให้ใครบางคนเข้าใจได้บ้างสิน่า

6. ห้ามฉีดยาตอนมีประจำเดือน
ตอนแรกความเชื่อนี้ ผมยังติดค้างเอาไว้ เพราะว่ายังไม่มีข้อมูลมากพอ แต่หลังจากเวลาผ่านไป1เดือน ผมได้ลองสอบถามดูจากคนไข้บางคนที่มาตรวจรักษาครับ ถามทั้งเด็ก กลางคน ชรา ก็แปลกใจบ้างที่ว่ามีความเข้าใจเช่นนั้นอยู่ไม่น้อย
โดนหมากัด จะฉีดบาดทะยักพิษสุนัขบ้า ก็ไม่ให้ฉีด
โดนตะปู จะฉีดบาดทะยักก็ไม่ให้ฉีด
เมื่อถามว่าทำไมก็บอกว่าโบราณห้ามไว้....(อยากถามว่าโบราณแค่ไหนที่มีเข็มฉีดยาใช้ แต่ก็ไม่กล้า)
เหตุผลที่ให้ต่างๆกันไปครับ กลัวกันไปต่างๆนาๆ
อันดับ 1 กลัวไข้ทับระดู... ซึ้งปวดหัวมาก เพราะว่าคำว่าไข้ทับระดูในภาษาชาวบ้านนั้นแยกได้เป็นความหมายที่กว้างมาก บางครั้งยายกับแม่กับลูกมาพร้อมกัน ต่างก็มีความหมายของคำว่าไข้ทับระดูไม่ตรงกัน... แต่โดยรวมก็คือ อาการครั่นเนื้อครั่นตัวไม่สบายปวดท้อง ไปจนถึงการมีไข้จริงๆที่วัดได้ และอาจรวมไปถึงการติดเชื้อในอวัยวะสืบพันธุ์
อันนี้อยากบอกว่าไม่จริงครับ แต่ก็ปวดหัวกลับมาอยู่ดี เพราะว่ายาที่มักจะยัดเยียดให้คนไข้ฉีดทั้งหลายมักเป็นพวกบาดทะยัก ซึ่งหมอมักต้องกึ่งบังคับให้ฉีดเพราะว่าถ้าเป็นแล้วถึงตาย.... ส่วนผลข้างเคียงของวัคซีนบาดทะยักคือ.. ปวดกล้ามเนื้อ...(ชาวบ้านทั่วไปก็จะบอกว่า นี่ไง ไข้ทับระดู)
อันดับ 2 กลัวเลือดไหลไม่หยุด .... ซึ่งเวลาโดนฉีดไปแล้วก็ไม่เห็นว่าจะไหลไม่หยุดสักที
อันดับ 3 กลัวเป็นหนองใน หรือติดเอดส์...(อืม มันไม่ติดหรอกครับ)

ผมขอสรุปว่า ไม่แตกต่างครับ ถ้าฉีดอย่างถูกวิธี

7. ยาหมดอายุที่1เดือน
ผมไม่ทราบว่าเป็นความเชื่อทั่วไปหรือเป็นเฉพาะพื้นที่นี้
เรื่องมีอยู่ว่าผมกำลังตรวจคนไข้อยู่ในห้องฉุกเฉินช่วงเย็น ก็มีคนเดินเข้ามา บอกว่าไม่สบาย เป็นหวัด จะมาขอยาฆ่าเชื้อ
ว่าแล้วเขาก็หยิบยาขึ้นมาแผงนึงบอกว่าได้ไปเมื่อเดือนก่อน กินไปสามวันหายแล้วก็เลยเก็บอีกแผงไว้ .. นี่ผ่านมาเดือนหนึ่งแล้วเป็นอีกก็จะมาขอยาเดิม

ผมก็บอกไปว่าเดี๋ยวจ่ายยาไปแผงเดียวแล้วกันเพราะยังมีแผงเดิมที่ได้จากโรงพยาบาล... เขาก็แกะยาออกจากซองแล้วเทลงถังขยะตรงข้างๆทันที ทั้งยาฆ่าเชื้อและยาแก้ปวดยาขับเสมหะ (ราคารวมตามร้านขายยาคือ70-80บาท)แล้วก็สั่งให้ผมจ่ายยาให้เต็มจำนวน
เรื่องแบบนี้เกิดบ่อยในจังหวัดที่ผมอยู่ครับ สอบถามไปจะแบ่งเป็ฯสองกลุ่ม
กลุ่มแรกเป็นคนที่ใช้สิทธิ30บาทอย่างไร้จิตสำนึก คิดแค่ว่าจ่าย30บาทแล้วจะทำอย่างไรก็ได้ ส่วนนี้มีกว่าครึ่ง
กลุ่มที่สอง มีความเชื่อว่ายาที่ได้มาจะหมออายุที่1เดือน ส่วนที่ซองยามีเขียนว่าหมดอายุปีหน้า เป็นการเขียนหลอกให้เก็บยาไว้กินต่อนานๆ

ที่จริงแล้วโดยทั่วไป ยาจะมีอายุราว5ปีหลังจากผลิต หากเก็บรักษาอย่างถูกวิธี
ยาบางอย่างเก็บได้นานกว่านั้น บางอย่างได้น้อยกว่านั้น
ในโรงพยาบาล จะมีเภสัชกรที่คอยคุบเรื่องยาอยู่ หากพบว่ายาใดใกล้หมดอายุ ก็จะสัลบสับเปลี่ยนยานั้นไปยังโรงพยาบาลใกล้เคียงที่ใช้ยานั้นมากกว่า และก่อนจ่ายยาจะต้องเผื่อเวลาไว้ว่าคนไข้ต้องกินยานั้นหมดก่อนยาหมดอายุจริงสัก6เดือนถึง1ปีอยู่แล้ว

8. ถ้ากินยาแล้วไม่หาย แปลว่าหมอให้ยามาผิด
เป็ฯความเชื่อที่เจอได้บ่อยในการทำงานจริง อย่างเช่นบางครั้งคนไข้มาตอนเช้า กลับไปกินยาไปเม็ดนึงไม่หาย กลับมาอีก กินยาไปอีกเม็ดก็ไม่หาย ตอนเย็นก็กลับมาโรงพยาบาลอีก
โรคหลายโรค เป็นโรคที่ต้องใช้เวลาในการรักษา....บางโรคเป็นโรคแห่งความเสื่อม สิ่งที่เสียไปแล้วร่างกายเราเอากลับมาไม่ได้
บางโรคปล่อยตัวให้เป็นมานาน การจะควบคุมก็ไม่ใช่เรื่องง่าย
เป็นโรคกระเพาะมา1ปี เป็นทุกวัน การกินยาเม็ดเดียวก็คงไม่หายได้....
เป็นโรคถุงลมโป่งพอง เตือนแล้วก็ยังไม่หยุดสูบบุหรี่ การกินยาฉีดยาพ่นยาก็คงไม่ดีขึ้น

คนไข้อายุ30กว่าๆ เป็นโรคกระเพาะมาหลายปี ที่หัวกระดาษหลายแผ่นระบุไว้ว่าเคยมารักษาหลายครั้ง มีปัญหาเรื่องกินยากลุ่มสเตียรอยด์และNSAIDs(แก้ปวดเมื่อยทั้งหลาย) รวมทั้งเมื่อได้ยาไปก็ไม่ยอมกินโดยบอกว่ารสชาติไม่ดี
เมื่อมาตรวจก็ได้บ่นว่าหมอคนก่อนๆที่รักษาว่าจัดยาไม่ถูก ...... ที่ว่าจัดยาไม่ถูกก็คือ กินแล้วรู้สึกว่าไม่หายทันที ก็เลยไม่กิน สู้ยาที่แกกินอยู่เดิมไม่ได้ กินแล้วหายปวดเป็นปลิดทิ้ง

ผมก็พยายามอธิบายเท่าที่ทำได้ แต่ไม่รู้แกจะรู้ตัวแค่ไหนว่าเจ้ายาวิเศษที่แกซื้อมากินเองนั่นแหละเป็นสาเหตุของโรคกระเพาะ

9. ท้องเสียต้องกินยาให้หยุดถ่าย จึงแปลว่าหาย
หลายครั้งจะมีคนไข้มาด้วยเรื่อง ท้องเสีย จะมาขอยาแก้ท้องเสีย
พอได้ไปก็จะเบ้หน้าว่า ให้มาผิดตัว สิ่งที่ต้องการไม่ใช่น้ำเกลือซอง หรือยาฆ่าเชื้อเม็ดๆ แต่ต้องการยาหยุดถ่าย....

ที่จริงท้องเสียส่วนใหญ่ไม่ได้ต้องการการให้ยาฆ่าเชื้อเลย เพราะว่าเกิดจากการติดเชื้อไวรัสและแบคทีเรียธรรมดาเป็ฯส่วนมาก
แต่ที่เป็ฯปัญหาก็คือกลุ่มโรคที่เวลาติดเชื้อแล้วมีการลามไปทำลายลำไส้หรือติดเชื้อเข้าสู่กระแสเลือดต่างหาก
กลไกการถ่ายเป็นหนึ่งในกลไกการป้องกันตัวจากการลุกลามของเชื้อ เพราะจะคอยสลัดเชื้อให้หลุดออกไปเสมอ ไม่ให้เข้าทำลายลำไส้ได้ง่ายสะดวกดายนัก

สิ่งที่จำเป็ฯต้องทำคือ ให้น้ำเกลือ ทดแทนเกลือแร่ที่เสียไป..... และเมื่อเสียไปทางตูด ก็ต้องกินเข้าไปถ้ายังมีแรงกินได้
ต่อมาก็คือพิจารณาว่าจะให้ยาฆ่าเชื้อไหม ซึ่งโดยส่วนใหญ่ไม่มีความจำเป็ฯต้องให้
ส่วนการให้ยาหยุดถ่ายต้องพิจารณาเป็นกรณีไปว่ามีโอกาสเกิดการติดเชื้อรุนแรงหรือไม่ หากไม่มีข้อห้าม หมอก็จะสั่งให้
แต่ถ้ามีข้อห้ามหมอก็จะไม่สั่ง

แต่ในชีวิตที่เจอมา ในที่สุดเมื่อออกไปคนเหล่านี้ก็จะไม่เชื่อและไปซื้อตามร้านขายยาและกลับมาโรงพยาบาลด้วยการติดเชื้อในกระแสเลือดอย่างรุนแรง

10. เวลาจะบอกว่ากินยาอะไร ให้เอายามาให้ดู
สิ่งที่เราต้องการไม่ใช่เม็ดยาครับ แต่เป็นซองยา
เพราะว่าเม็ดยานั้น เมื่อลงไปดูกันจริงๆ เราแยกกันได้ยากหากไม่บอกว่าคนไข้เป็นโรคอะไร ไม่ว่าคุณจะจบทางสายอาชีพเภสัชมาโดยตรงหรือไม่ก็ตาม
การนำตัวยามาตัวเดียว หมอและเภสัชบอกไม่ได้ว่าเป็นยาอะไรหรอกครับ
นี่ก็รวมทั้งการไม่เอายาตัวนึงไปใส่ในซองอื่น ซึ่งผมเจอมาสดๆร้อนๆ
คุณป้าเอายามาให้แล้วบอกว่าหมอสั่งตัวนี้ให้กินสองเดือน ผมก็พาซื่อเติมยาให้อีกเดือนนึงตามชื่อยาที่ปรากฎ เนื่องจากชนิดยาและอาการกับการรักษาไปกันได้(เรียกว่าถ้าเดิมไม่สั่งอยู่ก็จะสั่งให้อยู่ดี)
แต่ปรากฎว่ามันเป็ฯอีกตัวนึง ซึ่งทางห้องยาจำได้ว่ายาตัวนี้ ไม่มีรูปร่างอย่างนี้ในโรงพยาบาล.... ทั้งที่ป้าแกก็ยืนยันว่ารับยาจากโรงพยาบาล ซักไปมาจึงรู้ว่าแกเก็บเอาไว้ในซองของอีกตัวยานึง....

และนี่ก็เป็นส่วนเล็กๆอีกส่วนที่อยากนำเสนอครับ
ปล. อย่ากินยาผิดนะครับ

ที่มา : http://www.mthai.com/webboard/7/115332.html

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
บลอคนี้ให้ความรู้เยอะดีจัง ขอแอดนะค่ะ
ผมก็ลูกร้านขายยาอ่ะนะ พอเข้าใจ -_-
เคยเจอลูกค้าที่สั่งยาเหมือนเรียนจบแพทย์มาเองด้วยล่ะ ปวดกบาลเป็นอย่างยิ่ง ="=
แต่เรื่องความเชื่อมันก็ละเอียดอ่อนนะครับ ไม่ใช่จะไปเปลี่ยนง่ายๆ เหอเหอ
คนลำบากคือหมอจริงๆน่อ บางทีคนไข้ก็คิดว่าตัวเองเก่งกว่าหมอไปซะทุกที
#3  by  tamanxzg At 2005-06-30 13:40, 
ดีใจจังเจอ blog ของหมอแมง เห็นหมอแมงนานแล้วค่ะ ใน mthai จะติดตามค่ะ ให้ความรู้ดี
#4  by  Gratai...Ka!!! At 2005-07-03 12:30, 
big smile ดีมากเลย ได้ความรู้ที่ข้องใจมานานขอบคุณมากครับ
#5  by  ลุงซัม//ณวอยกล้วยแขก (124.121.141.39) At 2009-06-27 21:35, 
เปิดให้บริการแล้ว! www.VayoTradeCenter.com
ศูนย์กลางการค้าส่งออนไลน์ ครอบคลุมทุกกลุ่มธุรกิจในไทย โปรโมชั่นฟรีค่าสมาชิก รายเดือน รายปี
ประโยชน์ที่ผู้ประกอบการจะได้รับ
เพิ่มช่องทางการจัดจำหน่าย เพิ่มโอกาสในการขายสินค้า /บริการ เพิ่มโอกาสในการขยายตลาด ทั้งในประเทศ และต่างประเทศ ปลอดความเสี่ยงจากการจำหน่ายสินค้าแล้วลูกค้าไม่ชำระค่าสินค้า ไม่ต้องแบกรับความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ ลดขั้นตอนการส่งออก ที่มีขั้นตอนที่ซับซ้อน
ประโยชน์ที่ผู้ซื้อสินค้า / บริการ จาก www.VayoTradeCenter.com จะได้รับ
อยากซื้ออะไรก็มี หาอะไรก็เจอ สินค้าดี มีคุณภาพ มีมาตรฐาน ราคายุติธรรม มีระบบ QC ตรวจสอบคุณภาพสินค้าก่อนถึงมือผู้ซื้อ สิทธิพิเศษมากมายสำหรับสมาชิก
www.VayoTradeCenter.com ศูนย์กลางค้าส่งออนไลน์ ครอบคลุมทุกกลุ่มธุรกิจในไทย
สามารถตอบโจทย์คุณได้ คลิกเข้ามาดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.VayoTradeCenter.com




#6  by  wipaporn (114.128.179.34) At 2009-09-29 16:09, 

<< Home


บทความดีๆจากคุณหมอแมว
View full profile