เมื่อราวๆ1ปีก่อน ผมได้อ่านและตอบคำถามหนึ่งในpantip.comห้องโทรโข่ง
เป็นเรื่องของคนที่ใส่คอนแทคเลนส์ค้างคืนแล้วเกิดแผลที่กระจกตา หลังจากนั้นได้ไปหาหมอตา ได้ยาหยอดมา ไม่หาย เมื่อกลับไปหาก็ได้ยาเดิมมาอีก ...
ประเด็นที่คนนั้นกล่าวถึงคือ หมอแย่มากที่อยากขายยาท่าเดียว ยาที่ได้ไปเมื่อสองวันก่อนยังไม่หมด ก็เอายาเดิมมาขายใหม่อีกทั้งที่ราคาก็แสนแพง
นี่แสดงถึงความเข้าใจผิดๆที่เกิดขึ้นกับการใช้ยาหยอดตาเสียแล้ว
ตาแดงนั้นมีหลากหลายสาเหตุ แต่ในกลุ่มที่อยู่ใกล้เคียงกัน ก็คือกลุ่มตาแดงภูมิแพ้ ตาแดงติดเชื้อไวรัส แบคทีเรียและเชื้อรา ซึ่งในการจะวินิจฉัยหรือบอกว่าเป็นโรคใด ก็จะดูจากอาการและประวัติ
ความเชื่อเกี่ยวกับยาหยอด : หยอดวันละ4ครั้ง หรือหยอดเมื่อเคืองตา
ความจริง : การหยอดในลักษณะนั้น หยอดในกรณีที่เป็นตาแดงจากภูมิแพ้ ยาที่ใช้ก็จะเป็นยากลุ่ม antihistamine ราคายาถูก ใช้ไม่นานมักจะดีขึ้นเร็ว จากนั้นก็เก็บยาในตู้เย็นไว้จนหมดอายุใช้งานหลังเปิดแล้วก็ทิ้งไป
ความจริง2 : โรคตาแดงที่เกิดหลังการใส่คอนแทคเลนส์ มักเป็นการติดเชื้อราหรือแบคทีเรียที่กระจกตา เป็นภาวะอันตรายที่ต้องรีบกำจัดให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว เพราะกระจกตาประกอบไปด้วยเซลล์เพียงชั้นเดียว(จึงใสมากๆ) การติดเชื้อที่รักษาช้าไปเพียง1-2ชั่วโมงก็ทำให้หลายๆอย่างแย่ลงไปอีกและกระจกตาก็จะถูกทำลายไปมากขึ้น
การรักษาทำโดย หยอดยาทุก1ชั่วโมง หยอดครั้งละ2-3หยด เพื่อให้แน่ใจว่ายาจะท่วมตา ยาที่ใช้ต้องแน่ใจว่าเชื้อไม่รู้จักและไม่ดื้อ จึงมักเป็นยาราคาแพงพอควรที่พอหยอดลงไป เชื้อโรคจะอุทานก่อนตายว่า "โอ๊ะ นั่นมันยาอะไรกันฟะ" และหยุดการลุกลาม การให้ยาต้องให้แบบถอนรากถอนโคนให้แน่ใจว่าเชื้อตายเหี้ยนเตียนไม่เหลือแล้ว
เคยได้ยินการบ่นเช่นนี้หลายครั้งในการทำการรักษาแผลติดเชื้อที่กระจกตา ที่ว่าผู้ป่วยบอกว่ายายังเหลือเกินครึ่งขวดแล้วตายังไม่หาย ทำไมหมอยังจ่ายยาตัวเดิมอีก
ในกระทู้ตอนนั้น ผมอธิบายเจ้าของกระทู้อย่างที่อธิบายผู้ป่วยที่บ่นที่โรงพยาบาลว่า
2วัน มี 48ชั่วโมง คือหยอดราว48ครั้ง
การหยอด หยอด3หยด นั่นคือหยอดไปราวๆ144หยด
15หยด=1ซีซี 144หยด = 9.6-9.7ซีซี
ยาหยอดตามี10ซีซี ซึ่งแปลว่ายาต้องเกือบหมดขวด ไม่ใช่เหลืออีกเกินครึ่งขวดอย่างที่เจ้าของกระทู้และผู้ป่วยหลายๆคนบอกมา
กระทู้นั้นเจ้าของกระทู้เข้าใจ..... คนที่ผมอธิบาย ส่วนใหญ่เข้าใจ แต่ความเข้าใจนั้นก็ช้าไปแล้วสำหรับกระจกตาในขณะนั้น
หลายโรงพยาบาลมีกฎตั้งไว้ครับว่า ถ้ามีคนมาด้วยการติดเชื้อแบคทีเรียที่กระจกตา หมอต้องจับนอนโรงพยาบาลเพื่อหยอดยาทุก1ชั่วโมงอย่างถูกต้อง
(การหยอดยาที่ถูกต้อง ต้องหยอดลงไปในกระพุ้งตาล่างและกดหัวตาไม่ให้ยาไหลลงคอ)
ห้ามเว้นแม้เวลานอน (ใครที่นอนตึกตาในช่วงที่มีคนไข้แบบนี้ อาจได้ยินคนด่าพยาบาลว่ากวนเวลานอน)
ถ้าผู้ป่วยขอกลับบ้าน ต้องให้ยาและแนะนำว่า ต้องมีญาติหยอดให้ทุก1ชั่วโมง ซึ่งในความจริงยังไม่เคยเจอใครที่ทำได้
จะเห็นนะครับว่าการรักษาโรคนี้เป็นสิ่งที่ยากและลำบากในทางปฏิบัติ ดังนั้นการดีที่สุดก็คือ การป้องกัน
1. เสียเวลาตื่นมาถอดคอนแทคเลนส์สักนิดก่อนนอน
และ
2.สละเงินสักนิดเพื่อซื้อน้ำยาดีๆมาล้างเลนส์
ทั้งนี้เพื่อตาของคุณเองนะครับ